Blog
ไขรหัส Conditional Sentences (If-Clauses) ใน TOEIC: ไม่ยากอย่างที่คิด!
- May 4, 2025
- Posted by: AJ.BANK XPERT ENGLISH
- Category: TOEIC
“`html
สวัสดีครับ/ค่ะ ว่าที่ผู้พิชิตคะแนน TOEIC ทุกท่าน! หนึ่งในไวยากรณ์ที่หลายคนอาจจะรู้สึกกังวลเมื่อเจอในข้อสอบ TOEIC ก็คือเรื่องของ Conditional Sentences หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ If-Clauses (ประโยคเงื่อนไข) นั่นเอง แต่ไม่ต้องห่วงครับ/ค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาถอดรหัสเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายๆ รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน!
ไขรหัส Conditional Sentences (If-Clauses) ใน TOEIC: ไม่ยากอย่างที่คิด!
Conditional Sentences คือประโยคที่ใช้อธิบายเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่จะตามมา ซึ่งมักจะปรากฏในส่วนของ Reading และ Listening ในข้อสอบ TOEIC การเข้าใจโครงสร้างและการใช้งานที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ/ค่ะ โดยเฉพาะในส่วน Grammar ที่มักจะทดสอบความเข้าใจเรื่อง Tense ที่สอดคล้องกันในประโยคเงื่อนไข
ประเภทของ Conditional Sentences ที่พบบ่อยใน TOEIC
โดยหลักๆ แล้ว Conditional Sentences ที่เราควรเน้นสำหรับ TOEIC มีดังนี้:
-
Type 0 (Zero Conditional): ใช้กับความจริงทั่วไป หรือข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
โครงสร้าง: If + Present Simple, Present Simple
การใช้งาน: พูดถึงสิ่งที่เป็นจริงเสมอเมื่อเงื่อนไขเกิดขึ้น หรือเป็นกฎเกณฑ์ ข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ
ตัวอย่าง:- If you heat water to 100 degrees Celsius, it boils. (ถ้าคุณต้มน้ำถึง 100 องศาเซลเซียส มันจะเดือด)
- If the power goes out, the emergency lights turn on automatically. (ถ้าไฟฟ้าดับ ไฟฉุกเฉินจะเปิดโดยอัตโนมัติ)
-
Type 1 (First Conditional): ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ในปัจจุบันหรืออนาคต
โครงสร้าง: If + Present Simple, Future Simple (will + Verb infinitive)
การใช้งาน: พูดถึงเงื่อนไขที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะตามมาอย่างสมเหตุสมผล
ตัวอย่าง:- If the marketing campaign is successful, sales will increase significantly. (ถ้าแคมเปญการตลาดประสบความสำเร็จ ยอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ)
- If you finish your report early, you can leave the office. (ถ้าคุณทำรายงานเสร็จเร็ว คุณสามารถออกจากออฟฟิศได้เลย) (สังเกต: อาจใช้ Modal Verb อื่นๆ เช่น can, may, should แทน will ได้)
-
Type 2 (Second Conditional): ใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเป็นจริงในปัจจุบัน หรือเป็นเรื่องสมมติ
โครงสร้าง: If + Past Simple, Would + Verb infinitive
การใช้งาน: พูดถึงเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน หรือไม่น่าเป็นไปได้ หรือเป็นการให้คำแนะนำ (เช่น If I were you…)
ตัวอย่าง:- If I had more time, I would join the training session. (ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ (ซึ่งตอนนี้ไม่มี) ฉันจะเข้าร่วมการอบรม)
- If the company offered relocation assistance, more employees would consider the transfer. (ถ้าบริษัทเสนอความช่วยเหลือด้านการย้ายที่อยู่ พนักงานมากขึ้นคงจะพิจารณาการย้าย)
- If I were you, I would discuss this issue with the manager. (ถ้าฉันเป็นคุณ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) ฉันจะปรึกษาปัญหานี้กับผู้จัดการ) (สังเกต: ใน Type 2 มักใช้ were กับประธานทุกตัว แม้จะเป็น I/He/She/It)
-
Type 3 (Third Conditional): ใช้กับเหตุการณ์สมมติในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
โครงสร้าง: If + Past Perfect (had + V3), Would have + Past Participle (V3)
การใช้งาน: พูดถึงเงื่อนไขในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น และผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้น (แต่ก็ไม่ได้เกิด) เป็นการแสดงความเสียดายหรือวิเคราะห์สิ่งที่ผ่านไปแล้ว
ตัวอย่าง:- If we had known about the traffic jam, we would have taken a different route. (ถ้าเรารู้เรื่องรถติดก่อนหน้านี้ (ซึ่งไม่รู้) เราก็คงจะใช้เส้นทางอื่นไปแล้ว)
- If the supplier had delivered the materials on time, the project would have been completed by the deadline. (ถ้าซัพพลายเออร์ส่งมอบวัสดุตรงเวลา (ซึ่งไม่ตรง) โครงการก็คงจะเสร็จทันกำหนดเวลาไปแล้ว)
(ประเภทนี้อาจเจอน้อยกว่า Type 1 และ 2 ใน TOEIC แต่รู้ไว้ก็มีประโยชน์ครับ/ค่ะ)
เคล็ดลับสำหรับ Conditional Sentences ในข้อสอบ TOEIC
- สังเกต Tense คู่กัน: นี่คือหัวใจสำคัญ! ข้อสอบมักจะให้ส่วนหนึ่งของประโยคมา และเว้นช่องว่างในอีกส่วนหนึ่ง ให้เราเลือก Verb ให้มี Tense สอดคล้องกันตามโครงสร้างของแต่ละ Type เช่น เห็น If + Present Simple ให้มองหา Future Simple (will + V1) สำหรับ Type 1 หรือเห็น If + Past Simple ให้มองหา would + V1 สำหรับ Type 2
- ทำความเข้าใจความหมาย: นอกจากโครงสร้างแล้ว ลองดูความหมายของประโยคว่าเป็นเรื่องจริง (Type 0), เป็นไปได้ (Type 1), สมมติในปัจจุบัน (Type 2) หรือสมมติในอดีต (Type 3) จะช่วยให้เลือกได้แม่นยำขึ้น
- ระวังคำว่า ‘Unless’: คำว่า Unless มีความหมายเหมือนกับ ‘If…not’ (ถ้า…ไม่) โครงสร้างประโยคจะตามด้วย Tense เหมือน If-Clause แต่ความหมายรวมคือ “ตราบใดที่…ไม่…” หรือ “ยกเว้นเสียแต่ว่า…” เช่น Unless you submit the report by Friday, you won’t receive feedback next week. (ถ้าคุณไม่ส่งรายงานภายในวันศุกร์ คุณจะไม่ได้รับฟีดแบ็กในสัปดาห์หน้า)
- การสลับตำแหน่ง Clause: ประโยคเงื่อนไขสามารถสลับตำแหน่งได้ ถ้า If-Clause ขึ้นต้นประโยค จะต้องมีเครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นกลาง แต่ถ้า Main Clause ขึ้นก่อน จะไม่มีเครื่องหมายจุลภาค เช่น
- If you need assistance, please contact customer service.
- Please contact customer service if you need assistance.
ความหมายเหมือนเดิม แค่สลับตำแหน่งและเครื่องหมายวรรคตอน
เห็นไหมครับ/ค่ะว่า Conditional Sentences ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่เราทำความเข้าใจโครงสร้างและการใช้งานของแต่ละประเภทให้ดี รวมถึงฝึกทำโจทย์บ่อยๆ โดยเฉพาะข้อสอบเก่าๆ หรือแบบฝึกหัดที่เน้นเรื่องนี้ ก็จะสามารถจับทางและรับมือกับส่วนนี้ในข้อสอบ TOEIC ได้อย่างแน่นอน
ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเตรียมตัวสอบ TOEIC และคว้าคะแนนที่ตั้งใจไว้นะครับ/ค่ะ!
“`